หยุดพิษร้ายจากบุหรี่ไฟฟ้า ‼️

สำนักงานตำรวจแห่งชาติปราบปรามเข้ม จับกุมตรวจยึดอย่างต่อเนื่อง กว่า 2 สัปดาห์ ยึดบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 524,546 ชิ้น จับกุม 955 คดี ผู้ต้องหา 991 คน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าสืบสวนปราบปรามอย่างเด็ดขาด แจ้งข้อมูล เบาะแส โทร.1599 สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผกก.สภ.โพหัก ประชุมชี้แจงคณะทำงานประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 25668 เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ปริญญา ใคร่ครวญ ผกก.สภ.โพหัก ประชุมหัวหน้างานแต่ละสายงาน โดยกำชับการปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ โดยให้แต่ละสายงานจะปฏิบัติ ดังนี้ 1. ปฏิบัติหน้าที่ทุกขั้นตอนตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับอย่างครบถ้วนเคร่งครัดตลอดจนส่งเสริมบุคลากรให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้องบังคับที่กำหนด 2. ปลูกฝังและสร้างความตระหนักรู้ ค่านิยมในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น รู้จักแยกแยะประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวมให้ได้ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในด้านคุณธรรมและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นในหน่วยงาน รวมถึงการถ่วงดุลภายในที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้บุคลากรในสถานีและประเทศชาติ เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างยั่งยืน 3. ไม่ยอมรับพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชั่นและไม่ทนต่อการทุจริต 4. มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส เสมอภาค เที่ยงธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต รวดเร็ว      มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่ 5. มุ่งบริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร และจะบริหารงบประมาณด้วยความโปร่งใสคุ้มค่า ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการและพร้อมแสดงความรับผิดชอบ หากการปฏิบัติหน้าที่ของสถานีตำรวจภูธรวัดเพลง ส่งผลกระทบและเกิดความเสียหายต่อสังคมโดยรวม

ประชุมกำชับการปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการรับสินบน Anti Bibery Policy

วันที่  17 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00 น. พ.ต.อ. ปริญญา ใคร่ครวญ ผกก.สภ.โพหัก พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประชุม นนทารักษ์    รอง ผกก.ป.สภ.โพหัก ประชุมชี้แจงกิจกรรมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ ของสถานีตํารวจ   POLICE ITA ประจําปีงบประมาณ 2568 และประชุมกำชับการปฏิบัติตาม “นโยบายต่อต้านการรับสินบน Anti Bibery Policy” แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดให้ข้าราชการตํารวจในสังกัด สภ.โพหักทุกนายทราบ       ณ ห้องประชุม สภ.โพหัก

แว้น ซิ่ง เศร้า! ผู้ช่วย ผบ.ตร.เข้ม ตำรวจปราบจริง สกัด 3 ทาง งัด 4 มาตรการ คุก – ปรับ – ริบรถ กำราบแข่งรถในทาง ซิ่งก่อกวนป่วนเมือง

แว้น ซิ่ง เศร้า! ผู้ช่วย ผบ.ตร.เข้ม ตำรวจปราบจริง สกัด 3 ทาง งัด 4 มาตรการ คุก – ปรับ – ริบรถ กำราบแข่งรถในทาง ซิ่งก่อกวนป่วนเมือง . พล.ต.ท.สำราญ ฯ เผย สำนักงานตำรวจแห่งชาติปราบปรามเด็ดขาด เด็กแว้น รถซิ่ง ป่วนเมือง สร้างความเดือดร้อน สกัดเข้ม 3 ทาง สายออกทริปยกล้อต้องระวัง! พร้อมงัด 4 มาตรการ “ขับ – ซ้อน – เชียร์ – ชักชวน – ผู้ปกครอง” โดนแน่ รับโทษหนัก คุก ปรับ ริบรถ . วันนี้(3 มี.ค.67)เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ตร. ) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผู้ช่วย ผบ.ตร. ) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทาง และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้คณะทำงานฯ นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนกวดขัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยมีตนเป็นหัวหน้าคณะทำงานฯ ประสานความร่วมมือทั้งงานป้องกันปราบปราม บูรณาการร่วมกับงานจราจรและสืบสวนสอบสวน เป็นผู้สนับสนุนข้อมูลให้กับสถานีตำรวจในการเฝ้าระวัง . “คณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทาง และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ตร. ให้นโยบายรับมือกับการนัดหมายรวมกลุ่มของเด็กแว้น แข่งรถในทาง ผ่านทางโซเชียลมีเดียช่องทางต่าง ๆ ทั้ง ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง พร้อมดำเนินการตามแนวทางมาตรการเชิงรุก

ห้ามกด ห้ามกรอก ห้ามติดตั้ง 5 ลิงก์มิจฉาชีพ อันตรายหลอกดูดเงิน ล้วงข้อมูล

ห้ามกด ห้ามกรอก ห้ามติดตั้ง 5 ลิงก์มิจฉาชีพ อันตรายหลอกดูดเงิน ล้วงข้อมูล . พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยออนไลน์ ด้วยพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพยังคงมีการพัฒนารูปแบบในการหลอกลวงพี่น้องประชาชนอยู่เสมอ มีการนำหลักจิตวิทยา “รัก โลภ ตกใจ เชื่อใจ” มาปรับใช้ในการหลอกล่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และมักพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพจะมีการนำลิงก์รูปแบบต่าง ๆ มาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด ถ้าผู้เสียหายหลงเชื่อกดลิงก์ แล้วกรอกข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันจากลิงก์ดังกล่าว ก็จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในที่สุด . ลิงก์ที่กลุ่มมิจฉาชีพมักนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด มี 5 รูปแบบดังต่อไปนี้ 1. “ลิงก์ดูดเงิน” คือ ลิงก์ที่หลอกให้ผู้เสียหายกรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน หรือติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อทำธุรกรรมถอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหาย เช่น หลอกให้กรอกข้อมูลบัญชีอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง หลอกให้กรอกข้อมูลบัตรเครดิต หลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมเครื่องระยะไกล เป็นต้น โดยมากจะเป็นเครื่องมือหลักของแก๊งคอลเซนเตอร์ ที่อาจอ้างหน่วยงานราชการต่างๆ สร้างเนื้อหาให้เหยื่อตกใจ โลภ เชื่อใจ แล้วหลงเชื่อ เช่น เหยื่อมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมาย , ได้รับเงินคืนจากกรณีต่างๆ(มิเตอร์ไฟฟ้า,เงินบำเหน็จบำนาญ,คืนภาษีฯลฯ) , เป็นผู้โชคดีจากแคมเปญหรือเทศกาลได้รับเงิน ของขวัญ เป็นต้น 2. “ลิงก์หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล” คือ ลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์ปลอมที่มีรูปแบบคล้ายกับเว็บไซต์ของผู้ให้บริการต่าง ๆ หากเหยื่อหลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ หรือรหัสผ่าน กลุ่มมิจฉาชีพก็จะนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ 3. “ลิงก์หลอกลงทุน” คือ ลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์หรือติดตั้งแอปพลิเคชันลงทุนปลอม หลอกล่อให้ผู้เสียหายลงทุนในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง โดยอ้างว่าลงทุนแล้วได้กำไรมาก ในระยะเวลาสั้นๆ มีการนำภาพนักธุรกิจหรือองค์กรธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาประกอบเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ 4. “ลิงก์เว็บพนัน” คือ ลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์การพนันออนไลน์ ซึ่งจะมีทั้งเว็บไซต์การพนันออนไลน์จริง ๆ และเว็บไซต์การพนันออนไลน์ปลอม อาจมีโปรโมชั่นหลอกล่อให้เหยื่อหลงเข้าไปเล่นการพนัน หากผู้เสียหายหลงเชื่อเข้าเล่นเว็บพนันนอกจากจะเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอีกด้วย 5. “ลิงก์เงินกู้ปลอมหรือผิดกฎหมาย” คือ ลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์หรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงินค่าใช้จ่ายในการกู้เงินก่อนแต่ไม่ได้รับเงินจริง หรือนำไปสู่เว็บไซต์หรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มเงินกู้นอกระบบ เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราและมีการทวงหนี้โดยผิดกฎหมาย เช่น โทรมาขู่บังคับหรือต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอแนะนำให้พี่น้องประชาชนปฏิบัติตามหลัก “ห้ามกด ห้ามกรอก ห้ามติดตั้ง”

รีบสมัครด่วน เปิดรับนักเรียนนายร้อยตำรวจ

รีบสมัครด่วน เปิดรับนักเรียนนายร้อยตำรวจ เข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเรียนสำเร็จมีโอกาสดี “เรียน 4 ปี รับ 2 ปริญญา” – รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต ( การตำรวจ ) – นิติศาสตรบัณฑิต ( เมื่อสมัครใจเรียนเพิ่มเติม ) คุณสมบัติ กลุ่มบุคคลภายนอก -เพศชาย -อายุ 16-18 ปี -สำเร็จการศึกษาชั้น ม.4 หรือเทียบเท่า กลุ่มข้าราชการตำรวจ -เพศชาย -ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน/นสต. -อายุไม่เกิน 24 ปี เปิดรับสมัครถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 (เวลา 16.00 น.) สมัครทางอินเทอร์เน็ต ที่เว็บไซต์ http://admission.rpca.ac.th (เพียงช่องทางเดียว!) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.034-311103 หรือ 034-312009 ต่อ 126

ขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปในการถวายสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ วันจันทร์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ผบ.ตร.รับรายงานผลการศึกษาอายุการกระทำผิดเด็กเยาวชน พบแนวโน้มทำผิดสูงขึ้น

ผบ.ตร.รับรายงานผลการศึกษาอายุการกระทำผิดเด็กเยาวชน พบแนวโน้มทำผิดสูงขึ้น เกณฑ์อายุที่ทำผิดต่ำลง เตรียมเสนอกระทรวงยุติธรรม ปรับแก้ไขกฎหมายกำหนดโทษคดีเด็กไม่ต้องรับโทษ จากอายุไม่เกิน 15 ปี เป็น 14 ปี รวมทั้งแนวทางพิจารณาคดี ให้มุ่งเน้นพฤติการณ์กระทำผิดมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องบริบทสังคม คุ้มครองความปลอดภัยประชาชนส่วนรวม พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า “สืบเนื่องจากกรณีที่มีข่าวปรากฏว่า มีเหตุเด็กชายวัย 14 ปี ก่อเหตุยิงบุคคลในบริเวณศูนย์การค้า และเหตุกลุ่มเยาวชนรุมทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตายในพื้นที่ สภ.อรัญประเทศ ซึ่งการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียต่อร่างกาย ชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความหวาดกลัวภัยให้กับประชาชน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. จึงมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาอายุการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนในห้วงปี พ.ศ.2559 – 2566 พบว่า 1. กลุ่มคดีอุกฉกรรจ์ ห้วงอายุ 10 – 18 ปี รวมทั้งสิ้น 1,645 คดี โดยอายุที่กระทำความผิดสูงสุด ได้แก่ อายุ 17 ปี(418 คดี) อายุ 18 ปี(416 คดี) และ อายุ 16 ปี(367 คดี) ตามลำดับ โดยนับแต่ พ.ศ.2565 เป็นต้นมา เริ่มพบว่าผู้ก่อเหตุอยู่ในห้วงอายุ 10 – 18 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้น คดีที่ก่อเหตุสูงสุด ได้แก่ ฆ่าผู้อื่น (954 คดี) ปล้นทรัพย์ (109 คดี) และชิงทรัพย์ (97 คดี) ตามลำดับ 2. กลุ่มคดีความผิดเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย รวมทั้งสิ้น 4,318 คดี โดยอายุที่กระทำผิดสูงสุด ได้แก่ อายุ 18 ปี (1,398 คดี)

รู้ทันกลโกง ปลอมเพจที่พัก หลอกให้โอนเงินจอง

รู้ทันกลโกง ปลอมเพจที่พัก หลอกให้โอนเงินจอง กลโกง คนร้าย เปิดเพจปลอม และโฆษณาใน Facebook เหยื่อทักแชทติดต่อขอจองที่พัก คนร้ายให้โอนเงินค่าที่พัก เมื่อถึงวันเข้าพักไม่ได้ ติดต่อคนร้ายก็ไม่ได้ จุดสังเกต ตรวจสอบว่า Facebook เป็นบัญชีทางการและมีเครื่องหมายถูกหรือไม่ เพจปลอมมักมีอิโมชั่นแสดงอารมณ์ด้านลบ (โกรธ) เพจปลอมมักสร้างเพจมาไม่นาน /เปลี่ยนชื่อบ่อย / คนดูแลมักอยู่ต่างประเทศ วิธีป้องกัน ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ ตรวจสอบประวัติก่อนโอนเงินที่ www.Blacklistseller.com หากไม่มั่นใจ โทรปรึกษาที่สายด่วนศูนย์ AOC 1441

ระวัง! โดนหลอกให้เป็นบัญชีม้า

ระวัง! โดนหลอกให้เป็นบัญชีม้า   ระวัง โดนหลอกให้เป็นบัญชีม้า กลโกง โฆษณา Facebook ว่า “งานง่าย รายได้ดี” หลอกให้เปิดเบอร์มือถือ และเปิดบัญชีธนาคาร นำบัญชีไปรับเงินจากการหลอกลวงทางออนไลน์ สุดท้ายเจ้าของชิม/บัญชี มีความผิด ถูกดำเนินคดี จุดสังเกต คนร้ายเน้นโฆษณาไปยังกลุ่มเด็ก เยาวชน ที่ไม่รู้กฎหมาย คนร้ายพยายามหลอกเก็บบัตรประชาชนเพื่อนำไปใช้ทำธุรกรรมอื่นๆ หากไม่ยอมทำต่อ จะโดนข่มขู่ให้เกิดความกลัว วิธีป้องกัน หากรู้ว่าเปิดบัญชีม้า ให้รีบปิดบัญชี และแจ้งความทันที ควรสอดส่องการใช้สื่อ online ของลูกหลาน หมายเหตุ หากเปิดบัญชีม้า มีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ